HOME SERVICE PRODUCT PROMOTION BEAUTY TIPS REVIEW CONTACT
รักษาสิว
Call Center  02-704-7970-2
รักษาสิว

พิเศษ! ลงทะเบียนออนไลน์


รับเพิ่มอีก 2 ครั้ง ฟรี!! รวมเป็น
7 ครั้ง / 6,000 บาท

พิเศษ! ลงทะเบียนออนไลน์


รับเพิ่มอีก 2 ครั้ง ฟรี!! รวมเป็น 7 ครั้ง / 6,000 บาท

นำคูปองไปเปิดคอร์สก่อนวันที่ 30 มิถุนายน 2560 (อายุคอร์สใช้งานได้ 1 ปี)

รักษาสิวด้วยแสง Magenta Light นวัตกรรมการรักษาสิวที่ดีที่สุด

นวัตกรรมใหม่ของการรักษาสิว 5 ขั้นตอน ใช้ระยะเวลาการรักษาสั้นกว่า เพียง 5 สัปดาห์ พร้อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและเร็วกว่าการทาครีมรักษาสิวทั่วไปถึง 95%

**คอร์สโปรแกรมการฉายแสงรักษาสิว Magenta Light 5 ครั้ง ราคาพิเศษเหลือ 6,000 บาท จากราคาปกติ 10,000 บาท
พิเศษ... ลงทะเบียนรับคูปองออนไลน์ รับฟรี อีก 2 ครั้ง เป็น 7 ครั้ง ในราคา 6,000 บาท เท่านั้น !!!

รักษาสิว
รักษาสิว
รักษาสิว

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ฉายแสงรักษาสิว ดีกว่าการรักษาสิวแบบทั่วไปอย่างไร?

เรามีผลการวิจัยในการ รักษาสิวด้วย Light Therapy โดยฉายแสง Magenta Light ลงสู่ผิว 15-20 นาที เป็นเวลา 5 สัปดาห์ จำนวนสิวอุดตันลดลงถึง 95% เมื่อเทียบกับการใช้ยาละลายหัวสิว และยาปฏิชีวนะต่างๆ ซึ่งจำนวนสิวลดลงเพียง 40-50% จะเห็นได้ว่าการ รักษาสิวโดยใช้ Light therapy ทำให้จำนวน Comedone ลดลงกว่าการกินยาและทายาเป็นอย่างมาก อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงจากการรักษาโดยการฉายแสงอีกด้วย

• ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ต้นเหตุของการเกิดสิว ลงลึกถึงระดับต่อมไขมัน หยุดวงจรการเติบโตของสิว
• ลดการทำงานของต่อมไขมัน ลดความมันบนใบหน้าสาเหตุหลักของการเกิดสิว
• เห็นผลตั้งแต่ครั้งแรก สิวแห้งและยุบลง 20%
• ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล รวมถึงการปฏิบัติดูแลผิวตามคำแนะนำของแพทย์

เอาอยู่ทุกปัญหาสิว เพราะเรารักษาด้วยกระบวนการหยุด 3 มิติเวลาของวงจรสิว ทั้ง ก่อน- ขณะ- หลังการเกิดสิว

สิว ทุกชนิดเกิดจากการที่ ต่อมไขมัน ถูกกระตุ้นเกิดการสร้างไขมัน มากขึ้น การระบายออกทางรูขุมขนไม่ทัน ร่วมกับมีการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิวหนัง ทำให้เกิดการอุดตันบริเวณต่อมไขมันหรือรูขุมขนมากขึ้น เกิดเป็นสิวอุดตัน (comedones) ต่อมาเมื่อมีการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย P. acne ทำให้เกิดการอักเสบตามมา ถึงจะเกิดเป็นสิวอักเสบขึ้น การฉายแสงรักษาสิว Magenta Light จึงเป็นการวิธีรักษาสิวที่ต้นเหตุของการเกิดสิวทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น

1. สิวไม่อักเสบ (non inflamed lesion / comedones) แบ่งเป็น

    - สิวหัวปิด (whitehead comedones) มองเห็นยากด้วยตาเปล่า มักจะเป็นเม็ดสีขาวเล็กๆ

รักษาสิว

    - สิวหัวเปิด (black head comedones) มีจุดสีดำตรงกลาง นูนเล็กน้อย จุดสีดำที่เห็น คือเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และ ไขมัน

รักษาสิว

2. สิวอักเสบ (inflamed acne)

    ตุ่มเล็กๆ ขอบแดงหรือเป็นหนอง กดเจ็บ หากทิ้งไว้ไม่รักษาอาจเกิดการอักเสบรุนแรงมากขึ้น อาจเกิดเป็นก้อนขนาดใหญ่ได้ ซึ่งถือว่าเป็นสิวระดับรุนแรง

รักษาสิว



    พิสูจน์นวัตกรรมในการรักษาสิว ด้วยตัวคุณเอง เพียง 5 ขั้นตอนการรักษาที่ดีที่สุด ของโปรแกรมฉายแสงรักษาสิว Magenta Light การเข้ารับการรักษา 1 ครั้งคุณจะได้รับวิธีการรักษา 5 ขั้นตอน ดังนี้

รักษาสิว

1. การฉีดสิว
    คือการลดการอักเสบของสิวได้อย่างรวดเร็ว เป็นการรักษาสิว ที่เจาะจงไปที่เม็ดสิวที่อักเสบมาก ช่วยให้สิวยุบอย่างรวดเร็ว ลดอาการบาดเจ็บเนื่องจากการเป็นสิวเม็ดใหญ่อย่างสิวอักเสบ สิวหัวช้าง และสิวปวดบวมแดงโดยการฉีดรักษาสิวจะไปหยุดการทำงานของเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ เมื่อเชื้อแบคทีเรียไม่สามารถทำงานต่อไม่ได้ สิวของก็จะไม่บวมมากขึ้นแล้วก็จะยุบไปเองในที่สุด ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา วิเคราะห์ปัญหาผิวหน้าของคนไข้ก่อนเลือกการรักษาสิวแบบฉีด

รักษาสิว

2. การกดสิว
    การกดสิวเป็น
วิธีการรักษาสิวที่รวดเร็ว และเป็นวิธีรักษาสิวอุดตันที่ดีในอันดับต้นๆ ถ้ากดเอาหัวสิวออกได้สิวจะหายเร็วขึ้น พร้อมช่วยให้สิวอุดตันหายเร็วขึ้น ช่วยลดสิวอักเสบ เพราะสิวอักเสบเกิดจากสิวอุดตันที่รวมตัวกับเชื้อแบคทีเรีย การกดสิวออกได้ทันจะช่วยลดการเกิดสิวอักเสบได้ และช่วยลดการเกิดหลุมสิว เนื่องจากหลุมสิวส่วนใหญ่เกิดจากการปล่อยให้สิวอักเสบนานเกินไป ไม่รีบรักษาให้หายเองตามธรรมชาติ ทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบจนกลายเป็นแผลเป็นจากสิวในที่สุด การกดสิวออกได้ก่อนที่สิวจะเกิดการอักเสบ ปัญหาหลุมสิวก็จะไม่เกิดขึ้นในอนาคต

รักษาสิว

3. การมาส์กสิว
    Acne Mask มาส์กหน้าสูตรเฉพาะของธนพรคลินิก ฆ่าเชื้อสิว P.Acne ต้นเหตุของการเกิดสิว ช่วยลดการอักเสบของผิว หลังจากการฉีดสิวหรือกดสิว พร้อมทั้งช่วยทำให้สิวแห้ง ลดการอักเสบของสิว ปรนนิบัติพร้อมปลอบประโลมผิวให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย อีกทั้งเป็นการเตรียมเซลล์ผิวให้พร้อมรับการฉายแสง Magenta Light เพื่อการรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะทามาส์กทิ้งไว้ 10 นาที

รักษาสิว

4. การฉายแสงรักษาสิว Magenta Light
    โดยแพทย์จะฉายแสง Magenta Light ลงสู่ผิว 15-20 นาที การรักษาสิวโดยใช้ Light therapy เป็น วิธีรักษาสิวอักเสบ ที่ดีกว่าการกินยา และทายาแบบทั่วๆ ไป รวมไปถึงยังเป็นนวัตกรรม รักษาสิวที่ดีที่สุดในขณะนี้อีกด้วย แพทย์จะใช้แสงที่มีความยาวคลื่น 415 mm. และ 660 mm. ซึ่งมีผลการวิจัยรับรองว่า จำนวนสิวลดลงถึง 95% จะเห็นได้ว่า การรักษาสิวโดยใช้ Light therapy ทำให้จำนวนสิวอักเสบ แบคทีเรียที่สะสมอยู่ที่ต่อมไขมัน ลดลงกว่าการกินยาและทายาเป็นอย่างมาก โดยลดโอกาสการเกิดผลข้างเคียงเกิดขึ้นเนื่องจากเป็นการรักษาที่มีรับรององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา

รักษาสิว

5. ขั้นตอนสุดท้ายหลังจบการรักษาด้วย Magenta Light
     คนไข้จะได้รับ ยาทาและยากินตามความเห็นของแพทย์ ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ให้คำแนะนำ จ่ายยารักษาอาการตามสภาพปัญหาสิวของแต่ละคน เพื่อเป็นการรักษาสิวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้คนไข้ได้ผลลัพธ์ที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด

รักษาสิว

Celebrity กล้าการันตีในคุณภาพ



Review

ขอบคุณภาพรีวิวจาก IG : maipeamika

ไหม The Bachelor Thailand

ดารา นักแสดง

Review

ขอบคุณภาพรีวิวจาก IG : jaonai_theknot

เจ้านาย ปัญญานุวงศ์

ดารา นายแบบ

Review

ขอบคุณภาพรีวิวจาก IG : bellsawanya

สวรรณญา เหลืองประสิทธ์ (เบลล์)

ดารา นักแสดง

ดูรีวิวเพิ่มเติม -->

เกร็ดความรู้เรื่องสิว


รักษาสิว

ทำไม? รักษาสิวแล้วไม่หาย

บุคลิกภาพเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน คนที่มีบุคลิกภาพหน้าตาดีก็จะมีโอกาสทางสังคมมากกว่า น้องๆวัยรุ่น และวัยเริ่มทำงานส่วนมากจะกังวลเรื่องหน้าตาและผิวพรรณ ปัญหาด้านผิวพรรณส่วนใหญ่สำหรับวัยนี้คือ “ปัญหาสิว”

เมื่อปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นกับแต่ละคน สิ่งที่ตามมาคือ ความรู้สึกกังวล และความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน และสิ่งแรกที่ทุกคนจะหาทางแก้ปัญหาเหล่านี้ คือ การค้นหา วิธีรักษาสิวในแบบต่างๆ เช่น ยารักษาสิว ผลิตภัณฑ์รักษาสิว ครีมรักษาสิว สมุนไพรรักษาสิว รวมไปถึงวิธีการรักษาสิวในแบบธรรมชาติ แต่ทว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ของการรักษาได้ดี เท่าที่ควร อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีที่สุดคือ การพบแพทย์ หรือการค้นหาคลีนิครักษาสิว คลินิกรักษาสิวที่ไหนดี รวมไปถึงควรไป รักษาสิวที่ไหนดี

เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สิวเกิดจากอะไร ?

โดยปกติสิวเกิดจากการผลิตไขมันจากต่อมไขมันมาอุดตันรูขุมขน จากการเปลี่ยนของฮอร์โมนในร่างกาย หรือการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม เช่น ความสกปรก ฝุ่นละออง,เครื่องสำอาง, ยารับประทานบางชนิด จากที่มีการอุดตันแล้วสิวอุดตัน เป็นเสมือนอาหารของแบคทีเรีย P.acne สาเหตุสำคัญที่สุดในการเกิดสิว

ปัจจุบันการรักษา ส่วนมากใช้ยาทาและยากินที่อาจมีการส่งผลต่อสุขภาพ ซึ่งเป็นการรักษาที่ปลายเหตุการรักษาสิวที่ถูกต้อง ควรรักษาที่ต้นตอที่ทำให้เกิดสิว คือ ลดการทำงานของต่อมไขมันโดยตรง

การรักษาสิว อย่างถูกวิธีและไม่มีผลข้างเคียง

ปัจจุบันมีการรักษาเพื่อลดการทำงานของต่อมไขมันและการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย P.acne สามารถทำได้หลายวิธีแต่วิธีที่องค์การอาหารและยา แห่งสหรัฐอเมริการับรองผลคือ การรักษาสิวโดยใช้ Light therapy โดยใช้แสงที่มีความยาวคลื่น 415 mm. และ 660 mm. ซึ่งมีผลการวิจัยรับรองว่า จำนวนสิวลดลงถึง 95% จะเห็นได้ว่า การรรักษาสิวโดยใช้ Light therapy ทำให้จำนวน Comedome ลดลงกว่าการกินยาและทายาเป็นอย่างมาก อีกทั้งไม่มีผลข้างเคียงจากการรักษาโดยการฉายแสงอีกด้วย

สามารถพบได้ทุกเพศทุกวัยแต่มักพบบ่อยในช่วงวัยรุ่น สาเหตุเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันดังนี้

1. ปัจจัยภายนอก ได้แก่ ยาบางประเภท เช่นยาคุมกำเนิด ยากันชัก สเตอรอยด์ วิตามินบางตัวเครื่องสำอาง การรักษาความสะอาด สภาพแวดล้อม,อารมณ์ และความเครียด, อุณหภูมิ ,อาหารบางประเภท
2. ปัจจัยภายใน ได้แก่ ฮอร์โมน เช่น ฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้มีการสร้างไขมันเพิ่มซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยในวัยรุ่น กรรมพันธุ์ โรคเรื้อรังบางอย่าง การทำงานของต่อมไขมันที่ผลิตไขมันมากกว่าปกติ ทำให้มีสภาพผิวหน้ามัน

การรักษา แบ่งเป็น 4 แนวทางหลัก ดังนี้

1. ควบคุมการผลัดเซลล์ผิว ให้เป็นไปตามปกติ
2. ควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน
3. ลดปริมาณแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของการเกิดสิว
4. รักษาการอักเสบของสิว

การใช้ครีม หรือยารักษาสิวชนิดต่างๆ ที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้ หรือกลุ่มยาที่มีผลวิจัยในการรักษาสิวที่ดีที่สุด แบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้

กลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ หรือเรตินอยด์
     ครีมกลุ่มนี้เมื่อทาไปบริเวณที่เป็นสิวจะลดการขับน้ำมันจากผิว และลดไขมันอุดตัน ทำให้ลดสิวอุดตันไปด้วย แต่การรักษาใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเห็นผล นอกจากนี้ยังมีอาการข้างเคียงคือทำให้เกิด การระคายเคืองง่าย ระยะแรกอาจทำให้เป็นขุยลอก

กลุ่มดิฟเฟอริน
    เป็นกลุ่มที่ใกล้เคียงกับครีมทาในกลุ่มเรตินอยด์แต่ออกฤทธิ์อ่อนโยนกว่า เพราะผิวบางคนจะมีอาการแพ้มากเมื่อทาครีมกลุ่มเรตินอยด์ แต่เมื่อใช้ครีมกลุ่ม ดิฟเฟอริน อาการแพ้ลดลง ครีมชนิดนี้ออกฤทธิ์ลดการขับน้ำมัน ลดการคั่งค้างของน้ำมันที่รูขุมขน จึงทำให้สิวอุดตันลดลงด้วย

กลุ่มเบนแซค
    ครีมกลุ่มนี้สามารถซื้อที่ร้านขายยาได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ถ้าใช้ครีมที่มีส่วนผสมขนาดต่ำ คุณสมบัติของครีมช่วยลด P.acne และลดการสร้างไขมันส่วนเกินที่รูขุมขน ทำให้ลดการคั่งค้างของไขมัน ลดการเป็นสิวอุดตัน ครีมตัวนี้แม้จะซื้อใช้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งยาแต่ก็ก่อการระคายเคืองได้พอสมควร โดยปกติครีมตัวนี้จะแนะนำ ให้ทาบริเวณที่เกิดสิว 5-10 นาที แล้วล้างออก ถ้าทาทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วมีอาการแสบคันควรรีบล้างออกทันที

กลุ่ม AHA/BHA
    ครีมในกลุ่มนี้สกัดมาจากกรดผลไม้ ที่มีสารกรดซาลิไซลิก ที่สามารถซึมเข้าไปละลายไขมันอุดตันที่คั่งค้างในรูขุมขนให้อ่อนตัวสามารถบีบหรือกดออกได้ง่าย ครีมในกลุ่มกรดผลไม้อาจก่อการระคายเคือง ผิวแดง แสบได้ ช่วยในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ จะสามารถพบได้ในครีมรักษาสิวทั่วๆ ไป

กลุ่มไอโซเตรทติโนอิน
    เป็นยาในกลุ่มอนุพันธ์วิตามินเอ ใช้รับประทานเพื่อยับยั้งการขับน้ำมันที่มากเกินไป ยับยั้งการเติบโตของแบคทีเรีย P.acnes ยาตัวนี้ขับออกทางตับจึงอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบ ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ เพราะจะทำให้ทารกในครรภ์พิการ ไม่สามารถซื้อจากร้านขายยาทั่วไปได้

การใช้ฮอร์โมน
    เพื่อปรับสมดุลฮอร์โมนลดการเกิดสิว หรือการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดนั่นเอง โดยเลือกใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดที่ต้านฮอร์โมนเพศชาย ผลข้างเคียง คือ ทำให้น้ำหนักขึ้น บวมน้ำ ยาเม็ดคุมกำเนิดแบบนี้อาจใช้ได้ผลดีเฉพาะบางคน

โดยแบ่งการรักษาตามระดับความรุนแรง ดังนี้

ระดับไม่รุนแรงสิวอุดตัน สิวผด หรือสิวหัวหนองที่ไม่รุนแรง เม็ดเล็ก
1. ทายาในกลุ่มกรดวิตามินเอ หรือเรตินอยด์ และ/หรือทายาในกลุ่มปฏิชีวนะ
2. ทายาที่ช่วยการผลัดเซลล์ผิว
3. กดสิว ในคนที่เป็นสิวอุดตัน

ระดับรุนแรงปานกลาง สิวอักเสบ หัวหนอง ขนาดใหญ่ เป็นมาก
1. กินยาปฏิชีวนะ และ/หรือ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ
2. ทายาในกลุ่มกรดวิตามินเอ และ/หรือทายาในกลุ่มปฏิชีวนะ
3. ทายาที่ช่วยการผลัดเซลล์ผิว
4. กินฮอร์โมนเช่น ยาคุมกำเนิด ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล
5. กดสิว ฉีดสิว

ระดับรุนแรง สิวหัวหนองขนาดใหญ่ รุนแรง
1. กินยาปฏิชีวนะ และ/หรือ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ
2. ทายาในกลุ่มกรดวิตามินเอ และ/หรือทายาในกลุ่มปฏิชีวนะ
3. กินฮอร์โมนเช่น ยาคุมกำเนิด ควรพิจารณาเป็นรายบุคคล
4. ฉีดสิว

การใช้แสงรักษาสิว (photo/light therapy)

รักษาสิว


ปัจจุบันการรักษาสิว นิยมใช้หลายวิธีร่วมกัน เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในการรักษา การรักษาด้วยแสงเป็นนวัตกรรมใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างสูง ในคนเป็นสิว เนื่องจากช่วยให้หายเร็วได้ผลดี และเห็นผลจริงในการรักษา แบ่งชนิดได้ดังนี้

1. UV light มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ได้ผลดีในสิวอักเสบ แต่อาจทำอันตรายกับผิวหนังได้ ปัจจุบันจึงไม่เป็นที่นิยมในการรักษาสิว
2. blue light คือแสงความยาวคลื่น 415 nm (blue light spectrum) ปกติ bacteria P. acne ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวจะผลิต coproporphyrin III ซึ่งจะสามารถดูดซับแสง 415 nm ได้ดี ซึ่งได้มีการทดลองในห้องปฏิบัติการ โดยทดสอบฉายแสง blue light กับ bacteria P.acne ผลคือเกิด photoexcitation ของ porphyrin หรือเกิดการเปลี่ยนเป็นสารพิษ ในตัว bacteria เอง ส่งผลให้เกิดการทำลาย bacteria ดังนั้น จึงเป็นวิธีที่ช่วยกำจัดแบคทีเรียซึ่งเป็นสาเหตุในการเกิดสิวโดยตรง เหมาะกับการรักษาสิวที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยวิธีอื่น เป็นการรักษาที่ FDA ยอมรับแล้ว
3. แสงอื่นๆ เช่น clear light หรือ hi-intensity enhanced narrow band พบว่ามีการนำมาใช้กับสิวอักเสบเช่นกัน

มาร่วมพิสูจน์นวัตกรรมความงาม ด้วยตัวคุณเอง ได้แล้ว...วันนี้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา 

   :  02-704-7970-2 , 086-666-3962

WEB      :  www.tanapornclinic.com

LINE ID  :  @tanapornclinic

FOLLOW    :