แชร์หน้านี้

ศัลยกรรมจมูก

สำหรับการศัลยกรรมตกแต่ง เสริมจมูก เสริมดั้ง ทำดั้ง หรือผ่าตัดเพื่อปรับแต่งรูปทรงจมูกให้สวยขึ้นได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน สำหรับผู้ที่มีความต้องการเสริมจมูกควรเข้าปรึกษาแพทย์เฉพาะทางก่อนเพื่อประเมินสภาพจมูกว่าสามารถทำการผ่าตัดได้หรือไม่ หรือสามารถเสริมจมูกให้โด่งได้มากน้อยเพียงใด สำหรับในคนไข้บางรายที่ต้องการเสริมดั้งให้โด่งมากๆ ต้องให้แพทย์ประเมินด้วยว่าเข้ากับรูปทรงใบหน้าของเราหรือไม่ เพราะในกรณีที่หน้าผากราบแล้วจมูกโด่งมากก็จะทำให้ดูแข็งๆ ไม่เป็นธรรมชาติ หรือบางคนที่มีฐานปีกจมูกกว้างก็จะต้องทำการผ่าตัดปีกจมูกให้เล็กลงด้วยเพื่อความสวยงาม นอกจากนี้ต้องดูว่าเข้ากับรูปหน้าของเราแล้วก็ต้องดูด้วยว่าผิวของเราบางหรือไม่ หากเป็นคนที่เนื้อน้อยหรือมีผิวบางหากเสริมดั้งโด่งเกินไป อาจทำให้จมูกทะลุได้ ดังนั้นในการตัดสินควรเข้ารับการปรึกษากับแพทย์ก่อน

การทำศัลยกรรมจมูกมี 2 วิธี ดังนี้

1. การเสริมแบบมีแผลผ่าตัดจากด้านในจมูก (Closed Technique) : เทคนิคการผ่าตัดแบบนี้เป็นที่นิยมในประเทศไทย โดยจะเสริมจมูกด้วยการซิลิโคนใส่ซิลิโคนเข้าไปทางรูจมูก ตั้งแต่งสันจมูกไปจนถึงบริเวณปลายจมูก ในลักษณะแบบนี้ไม่ควรเสริมด้วยซิลิโคนที่ยาวเกินไปเพราะอาจเกิดความเสี่ยงทำให้ซิลิโคนทะลุได้
2. การเสริมจมูกแบบมีแผลผ่าตัดทั้งภายในและภายนอกบริเวณฐานจมูก (Open Technique) : ผู้ที่ต้องการหรือมีความจำเป็นที่ต้องปรับเปลี่ยน และตกแต่งปลายจมูกให้เชิดขึ้น หรือเสริมจมูกปลายหยดน้ำ แพทย์จะทำการผ่าตัดแบบ Open Technique ซึ่งเทคนิคนี้อาจจะมีแผลเล็กน้อยบริเวณฐานจมูก

เตรียมตัวก่อนการศัลยกรรมเสริมจมูก

อันดับแรก ต้องเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและบอกความต้องการของเรา เพื่อให้แพทย์ประเมินและบอกให้ทราบถึงข้อจำกัดในการเสริมจมูก หรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นหลังการผ่าตัด ทั้งนี้แพทย์จะให้คำแนะนำในการเตรียมตัวก่อนการผ่าตัดเสริมจมูก
1. ก่อนเข้ารับการผ่า ให้รับประทานอาหารและน้ำให้เรียบร้อย
2. หากมีโรคประจำตัว หรือแพ้ยา ควรแจ้งให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด
3. งดรับประทานอาหารเสริม และงดยาที่ฤทธิ์ทำให้เลือดแข็งตัว
4. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุกรี่ ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมจมูก 1 สัปดาห์
5. ขั้นตอนการศัลยกรรมเสริมจมูก
6. ศัลยแพทย์จะทำการประเมินรูปหน้าและทรงจมูก
7. ก่อนทำการผ่าตัดเสริมจมูก แพทย์จะทำความสะอาดจมูก หรือบริเวณที่จะผ่าตัด คนไข้ควรนอนนิ่งๆ
8. แพทย์ทำการฉีดยาชาบริเวณจมูกที่จะทำการผ่าตัด ในบางกรณีอาจเสริมยานอนหลับเพื่อให้ผู่ป่วยคลายกังวลและไม่เกร็ง
9. เมื่อฉีดยาชาแล้วศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัดจะทำการเปิดแผลจากบริเวณด้านในรูจมูก แล้วเลาะเนื้อเยื่อบริเวณจมูกเพื่อใส่ซิลิโคนที่เตรียมไว้ (แพทย์จะเหลาซิลิโคนในขณะที่รอยาชาออกฤทธิ์)
10. เมื่อใส่ซิลิโคนไปแล้ว หากยังไม่สมส่วนแพทย์อาจจะเอาซิลิโคนออกมาเพื่อเหลาหรือแต่งเพื่อให้รูปทรงสวยงาม เมื่อได้ทรงตามที่แพทย์เห็นสมควรแล้วก็จะเย็บปิดแผล

การดูแลหลังเสริมจมูก ควรปฏิบัติดังนี้


หลังจากการผ่าตัดทำจมูกแล้ว เราควรปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อบาดแผล
1. การนอนควรนอนในลักษณะที่ยกศีรษะขึ้นสูงกว่าปกติ คนไข้อาจจะใช้หมอน 2 ใบซ้อนกันก็ได้
2. หลังผ่าตัดเสริมจมูกแล้ว ควรนอนหงาย หน้าตรง ประมาณ 1 สัปดาห์
3. 1 ถึง 2 วันหลังการผ่าตัด ควรใช้ผ้าเย็น หรือถุงเจลแช่เย็นห่อด้วยผ้าสะอาดประคบบริเวณรอบจมูกเพื่อช่วยลดอาการบวมหลังผ่าตัด
4. สามารถล้างหน้าได้ตามปกติเพื่อไม่ให้แบคทีเรียและเชื้อโรคหมักหมม และควรเช็ดทำความสะอาดรูจมูกด้วยสบู่อ่อนๆ
5. ในการทำกิจกรรมต่างๆ ควรใช้ระมัดระวัง เลี่ยงการกระแทก อย่างเช่น การเล่นกีฬา หรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง ถ้าหากหลีกเลี่ยงได้ควรเลี่ยง
6. ห้ามขยี้จมูก ในกรณีที่คนไข้มีเลือดจากๆ หรือน้ำเหลืองไหลออกให้ใช้ผ้าสะอาดหรือกระดาษทิชชู่ซับ
7. ห้ามสั่งน้ำมูก ในกรณีที่คนไข้ไม่สบายควรรับประทานยาเพื่อยับยั้งและลดน้ำมูก
8. หลังการผ่าตัด ควรเลี่ยงการถูกแสงแดดนาน ประมาณ 2 เดือน (8 สัปดาห์)
9. หลังการผ่าตัด ไม่ควรออกกำลังกายหนักๆ อย่างเช่น ว่ายน้ำ หรือวิ่ง ประมาณ 1 เดือน และไม่ก้มหน้านานๆ
10. สำหรับ คนที่ใส่แว่น หากใส่คอนแทคเลนส์ได้ควรใส่ในระยะเวลา 6-4 สัปดาห์หลังผ่าตัด ไม่ทำให้จมูกเอียงหรือจมูกเบี้ยว หากจำเป็นต้องใส่แว่นให้ใช้เทปติดยึดตัวแว่นไว้กับบริเวณหน้าผากเพื่อลดแรง กดทับสันจมูก
11. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารรสจัด ของหมักดอง เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด
12. ควรมาพบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง เพื่อดูอาการและประเมินผลการผ่าตัด หากเสริมจมูกไปแล้ว แต่ต้องการแก้ไขสามารถทำได้หรือไม่ ?
ในกรณีที่เสริมจมูกไปแล้ว เกิดความไม่พึงพอใจหรือไม่ถูกใจ สามารถแก้ไขจมูกได้ แต่ต้องรอให้ผ่านไปประมาณ 6 ถึง 8 เดือนก่อน เพื่อให้เห็นรูปจมูกมากที่สุด จะได้ทำการประเมินและแก้ไขให้ได้ผลดีที่สุด ซึ่งในกรณีแก้ไขเคสที่เสริมจมูกตกแต่งปลายด้วยกระดูกอ่อนจะแก้ไขได้ยาก เพราะกระดูกอ่อนที่เราเสริมไปนั้นจะเชื่อมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับเนื้อ เยื่อตรงบริเวณปลายจมูก

ภาวะแทรกซ้อนหลังการเสริมจมูกที่อาจเกิดขึ้นได้

หลังการผ่าตัดเสริมมูกด้วยซิลิโคน อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น จมูกเอียง จมูกมีการติดเชื้อเป็นหนอง ซิลิโคนทะลุ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ควรรู้ไว้เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน
1. จมูกเกิดการเอียง หรือบิดเบี้ยว สาเหตุนี้อาจเกิดขึ้นการใส่ซิลิโคนที่ยาวจนเกินไป หรือเหลาซิลิโคนไม่สมส่วน หรืออาจเกิดจากกระทบกระแทกในช่วงที่จมูกซิลิโคนยังไม่เข้าที่ ในกรณีนี้แพทย์จะแนะนำให้คนไข้ดัดซิลิโคนก่อนในช่วงแรก ซึ่งวิธีการดัดจะช่วยให้ซิลิโคนกลับมาอยู่ในตำแหน่งเดิมได้ ทำให้จมูกหายเอียงได้ ในกรณีเสริมจมูกมานานแล้วแต่มีอาการเอียง จะต้องการทำผ่าตัดแก้ไขจมูก ทำจมูกใหม่
2. เกิดการติดเชื้อหลังการผ่า ตัด หากคนไข้มีอาการปวด ให้สังเกตบริเวณจมูกมีอาการบวมและแดงหรือไม่ หากจมูกบวมผิดปกติ อาจจะต้องเอาซิลิโคนออก และรอให้แผลหายดีก่อนจึงจะสามารถทำจมูกใหม่ได้ หากแพทย์พิจารณาแล้วว่าติดเชื่อไม่ควรปล่อยไว้เพราะจะทำให้เกิดโอกาสจมูก ทะลุได้ แผลจะหายช้า และรักษาได้ยากขึ้น
3. ซิลิโคนทะลุปลายจมูก เพราะซิลิโคนเป็นวัตถุแปลกปลอมที่นำเข้าไปสู่ร่างกายร่างกายจึงต่อต้าน ในกรณีที่ซิลิโคนใหญ่เกินกว่าจมูกทำให้เสี่ยงต่อการจมูกทะลุ ดังนั้นควรเลือกซิลิโคนที่พอดีกับเนื้อบริเวณจมูกของเราด้วยเพื่อป้องกัน จมูกทะลุ