Image

 

MANAGEMENT OF FACIAL AGING

         ลบเลือนริ้วรอยบนใบหน้า เห็นผลใน 3 - 7 วัน ปลอดภัยด้วยการรับรองจากองค์การอาหารและยา ของสหรัฐอเมริกา (US FDA)

 

                              ตีนกา              

                           หน้าผาก

                           ขมวดคิ้ว

                           ปรับรูปน่อง

                           ลดปีกจมูก

                           ระงับเหงื่อ

                           หน้าเรียว

                    

ลดริ้วรอย & สารเติมเต็ม

การลดริ้วรอยและสารเติมเต็มด้วยวิทยาการทางการแพทย์

          ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เรื่องความสวย เรื่องความหล่อ เรื่องความดูดีนั้น ใครไม่อยากได้ ใครไม่อยากมี ใครคนนั้นดูจะมีน้อยมากกก เพราะใครใครก็อยากดูดีได้ทุกวัน โดยปกติ บริเวณแนวกรามและลำคอจะมีกล้ามเนื้อที่เรียกว่า Platysma ดึงรั้งผิวหน้า บริเวณแนวกราม ลำคอ ให้หย่อนคล้อยโดยเฉพาะในคนที่อายุมาก ซึ่งสูญเสีย Collagen และ Elastin ใต้ผิวหนัง ทำให้หน้าเป็นรูปสี่เหลี่ยมไม่เรียวแหลมเหมือนวัยรุ่น

          ทั้งนี้ทั้งนั้น คงห้ามไม่ให้ใครเลิกยิ้ม หัวเราะ  ขมวดคิ้ว หรือแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ที่มีผลทำให้เกิด ริ้วรอยรอบดวงตา หัวคิ้ว หรือหน้าผากได้  แต่การทำให้ริ้วรอยเหล่านี้ลดเลือนหายไปสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งการฉีดสาร Botulinum เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยลดเลือนริ้วรอยที่ไม่พึงปรารถนา

          สาร Botulinum หรือที่เรียกกันติดปากว่า Botox เป็น ยาที่ผลิตจากโปรตีนที่สกัดจากแบคทีเรียมาทำให้บริสุทธิ์ และสามารถช่วยยับยั้งการหดตัวของกล้ามเนื้อได้ รวมทั้งทำให้ผิวหนังด้านบนของกล้ามเนื้อเหล่านั้นเรียบและรอยย่นลดลง โดยหลังการฉีดโบท็อกซ์แล้วตัวยาจะจับตัวกับปลายเส้นประสาทที่เชื่อมต่อกับกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อส่วนนั้นคลายตัว ส่งผลให้ริ้วรอยลดเลือน เมื่อกล้ามเนื้อคลายตัว คุณก็จะไม่สามารถเกร็งกล้ามเนื้อนั้นเพื่อทำให้เกิดรอยย่นที่ไม่ต้องการได้ อีกต่อไป  ริ้วรอยต่าง ๆ จึงเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยใหม่ ๆ อีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถยับยั้งการหลั่งของเหงื่อ ช่วยลดปริมาณเหงื่อและกลิ่นตัวได้ถึง 80% รวมทั้งช่วยลดการทำงานที่มากเกินไปของกล้ามเนื้อบริเวณกราม ทำให้รูปหน้าดูเรียวเล็ก หรือช่วยคลายกล้ามเนื้อน่อง ทำให้กล้ามเนื้อที่น่องค่อยๆเรียวเล็กลงตามธรรมชาติ ช่วยให้คุณแลดูอ่อนเยาว์มากยิ่งขึ้น เพียง 10 นาที หลังจากทำการรักษา กล้ามเนื้อของคุณจะรู้สึกผ่อนคลาย ร่องลึกจะเริ่มคลายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเมื่อเวลาผ่านไปกล้ามเนื้อจะเล็กลง ทำให้ผิวบริเวณนี้เรียบตึง การเปลี่ยนแปลงนี้สามารถช่วยคงสภาพอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน

ขั้นตอนการฉีดสาร Botulinum

         แพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านผิวพรรณจะช่วยพิจารณาการฉีดสาร Botulinum เพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยใช้สาร Botulinum ฉีดเฉพาะจุดที่มีปัญหา ในปริมาณเพียงเล็กน้อยลงในตำแหน่งที่ต้องการบริเวณกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยเข็มที่มีขนาดเล็กมาก โดยไม่ต้องใช้ยาชา ในบางกรณีแพทย์จะใช้น้ำแข็งประคบในส่วนที่จะทำการฉีดโบท็อกซ์ก่อน การทำทรีทเม้นต์นี้จะใช้เวลาเพียง 10 นาที คนไข้ส่วนใหญ่ที่มาทำจะมีความรู้สึกเจ็บเล็กน้อยคล้ายมดกัด หลังจากการฉีดคนไข้สามารถกลับไปทำงาน หรือปฏิบัติภารกิจต่างๆ ได้ตามปกติ โดยไม่มีใครรู้ว่าคุณไปทำอะไรมาเลยค่ะ การฉีดโบท๊อกซ์ที่ถูกวิธีนั้นนอกจากจะไม่ทำให้หน้าคุณดูแข็งเกร็งแล้วคุณยังสามารถแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้อย่างเป็นปกติ เพราะโบท๊อกซ์จะทำงานเฉพาะในส่วนของกล้ามเนื้อที่แพทย์ได้เลือกฉีด เช่น หากฉีดโบท็อกซ์ในบริเวณกล้ามเนื้อที่หน้าผากส่วนกลางแล้ว จะไม่กระทบกับการทำงานของกล้ามเนื้อหน้าผากด้านข้าง ผลคือคุณจะสามารถการยกคิ้วได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้การแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเป็นไปได้อย่างเป็นปกติ นอกจากจะช่วยให้ผิวเรียบตึงขึ้นแล้วโบท็อกซ์ยังสามารถช่วยลดการทำงานในส่วนของกล้ามเนื้อที่เราไม่ต้องการ ซึ่งจะช่วยปรับรูปหน้าของคุณให้เรียวขึ้นได้อีกด้วย

เมื่อไหร่จะเห็นผล?

         สาร Botulinum จะออกฤทธิ์ภายใน 2 - 3 วัน และจะเห็นผลเต็มที่ภายใน 1 สัปดาห์ ประสิทธิภาพของโบท็อกซ์นั้นจะคงอยู่ได้ประมาณ 4-6 เดือน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล และเพื่อรักษาประสิทธิภาพของสภาพผิวหนังจากการฉีดโบท็อกซ์ แพทย์แนะนำให้ฉีดโบท๊อกซ์ซ้ำ 2-3 ครั้งต่อปี โดยจากการศึกษาพบว่าการฉีดโบท็อกซ์อย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้การฉีดโบท็อกซ์ครั้งต่อๆไป มีประสิทธิภาพที่ยาวนานมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คุณฉีดโบท็อกซ์ในปริมาณน้อยลงได้ในอนาคต

ริ้วรอยจะเพิ่มขึ้นหรือไม่หากหยุดฉีดโบท็อกซ์?

         ริ้วรอยในบริเวณที่ฉีดโบท็อกซ์จะไม่เพิ่มขึ้น โดยมากริ้วรอยของคุณจะกลับมาเป็นปกติเหมือนก่อนทำโบท็อกซ์ในช่วยระยะเวลาประมาน 6-12 เดือนหลังจากสารโบท๊อกซ์สลายตัวไป

มีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่  

         โบท๊อกซ์เป็นยาชนิดแรกที่มีการขึ้นทะเบียนในการรักษาริ้วรอย ได้ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายเป็นเวลานานกว่า 17 ปี มาแล้ว โดยมีการศึกษาวิจัยจากสมาคมศัลยกรรมเพื่อความงาม สหรัฐอเมริกาในเรื่องของความปลอดภัยและผลลัพธ์ในการรักษาเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือได้ว่าการฉีดโบท็อกซ์นี้เป็นการรักษาด้านเวชสำอางที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ1 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544  และเพื่อรักษาโรคทางตาและโรคทางระบบประสาทอื่นๆ ต่อมาได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาความงาม ชะลอริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งได้ผลดีและปลอดภัย แต่ปัจจุบันต้องระวังมากขึ้นเพราะมีผลิตภัณฑ์หลายชนิดที่ไม่ใช่ โบท็อกซ์ แต่อ้างว่าเป็น โบท็อกซ์ เพื่อความปลอดภัย ควรสอบถามแพทย์และดูขวดยาให้แน่ใจว่ามีเครื่องหมายการค้า Botox ของแท้จากอเมริกา เพราะเป็น brand เดียวที่มีผลวิจัยในประสิทธิภาพความปลอดภัยและได้รับการยอมรับจากองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา ( FDA )  ยังไม่มีรายงานถึงผลข้างเคียงถาวรของการฉีดโบท๊อกซ์ ในบางกรณีบางคนอาจจะมีอาการปวด มีรอยช้ำเล็กน้อย เฉพาะในบริเวณที่ฉีด หรือปวดศรีษะ แต่อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การฉีดโบท็อกซ์เพื่อยกคิ้วของคุณนั้น อาจทำให้รู้สึกหนักบริเวณเปลือกตาประมาน 1-4 สัปดาห์แรก และอาการนี้จะหายไปได้เอง

สามารถฉีดโบท็อกซ์บริเวณใดบ้าง?
         การฉีดโบท็อกซ์นั้นสามารถฉีดได้ในบริเวณที่มีริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงอารมณ์ เช่นหน้าผาก รอยตีนกา และริ้วรอยที่เกิดจากการยิ้มบริเวณรอบดวงตา คุณสามารถฉีดโบท็อกซ์ที่บริเวณคิ้วเพื่อช่วยให้ตาของคุณดูโตและอ่อนวัยขึ้น ในส่วนของริ้วรอยร่องแก้ม ริ้วรอยรอบริมฝีปาก ริ้วรอยที่คอหรือคาง แพทย์สามารถฉีดโบท็อกซ์ร่วมกับคอลลาเจน หรือการทำทรีทเม้นท์ด้วยเลเซอร์ฟื้นฟูสภาพผิวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้ นอกจากนี้แล้วการฉีดโบท็อกซ์ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากคือการฉีดเพื่อปรับรูปหน้า ซึ่งบริเวณแนวขากรรไกรและแก้มเป็นบริเวณที่แขกนิยมฉีดมากที่สุดเพื่อปรับใบหน้าให้ดูเรียวขึ้น

การฉีดสารเติมเต็มร่องแก้ม (Filling Agent)

         ถ้าต่อไปนี้คือปัญหาที่คุณแก้ไขไม่ตก... ร่องลึกหว่างคิ้ว ร่องแผลลึกจากอุบัติเหตุ ร่องลึกข้างแก้ม ลองพิจารณาวิธีแก้ปัญหาโดยการฉีดสารเติมเต็ม หรือ Filling Agent

อะไรคือ Filling Agent หรือ สารเติมเต็ม ?

         การใช้สารเติมเต็ม (Filling Agent) ก็คือการเติมร่องหรือริ้วรอยให้เต็มตื้นขึ้นกว่าเดิม โดยสารที่แพทย์มั่นใจว่าใช้ได้ผลและปลอดภัยในการฉีด คือ "ไฮยาลูโรนิค แอซิค" (Hyaluronic Acid หรือ HA) และสารอีกประเภทที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กันก็คือ คอลลาเจน

ไฮยาลูโรนิค แอซิค (Hyaluronic Acid)

         ไฮยาลูโรนิค แอซิค นี้เป็นสารที่นิยมใช้กันทั่วโลก ข้อดีของสารไฮยาลูโรนิค แอซิค ก็คือเป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของคนเราตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสเกิดการแพ้น้อยและเมื่อฉีดไปในระยะหนึ่งก็จะมีการเสื่อมสลายไปตาม ธรรมชาติ โดยสารไฮยาลูโรนิค แอซิค จะอยู่ในร่างกายคนเราประมาณ 6 - 8 เดือน ค่ะ

คอลลาเจน 

         สารเติมเต็มอีกประเภทหนึ่งที่เป็นที่นิยมไม่แพ้ไฮยาลูโรนิค แอซิค ก็คือ คอลลาเจน ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันมักสกัดมาจากวัว คอลลาเจนต่างจากไฮยาลูโรนิค แอซิค ตรงที่ก่อนการฉีดต้องมีการทดสอบการแพ้หรือผลข้างเคียงก่อนการใช้ เพราะในบางรายเมื่อฉีดไปแล้วอาจเกิด อาการแพ้หรือในบางรายอาจมีอาการบวมหรืออักเสบได้ โดยคอลลาเจนมักจะอยู่ในร่างกายประมาณ 6 - 8 เดือน และสลายไปเองตามธรรมชาติ

         ท้ายสุดต้องขอบคุณวิทยาการที่ไม่หยุดนิ่งที่ช่วยให้เราสามารถท้าท้ายทุก องศาความสวยค่ะ ทั้งนี้ถึงแม้เทคโนโลยี จะก้าวหน้าไปไกลขนาดไหนก็ตาม หมออยากจะฝากไว้ว่าเทคโนโลยีนั้นเป็นแค่ตัวช่วย แต่การดูแลตัวเอง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เลี่ยงแสงแดดจัด และปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด ดื่มน้ำเยอะๆ  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เครียด หลักพื้นฐานนี้ทำเป็นประจำสม่ำเสมอผิวสวยใสจะอยู่คู่กับคุณไปนานเท่านานค่ะ

 

Image
      

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 

 

Image
      

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล 

 

Image
 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

Image

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ภาพประกอบก่อน และหลังการรักษา 

 

 

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

 

 

*ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

วิดีโอโปรแกรมการรักษา MANAGEMENT OF FACIAL AGING

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา 

   :  02-704-7970-2 , 086-666-3962

WEB      :  www.tanapornclinic.com

LINE ID  :  @tanapornclinic

FOLLOW    :