ศัลยกรรมเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอกเพิ่มขนาดหน้าอก / แก้ไขความหย่อนคล้อย การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดเสริมเพิ่มขนาดของเต้านมให้ใหญ่ขึ้น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากกำเนิด คือเมื่อเริ่มเป็นสาวเต้านมก็มีขนาดเล็กกว่าปกติ หรือเต้านมมีขนาดเล็กลงภายหลัง โดยเฉพาะหลังมีบุตร เต้านมเล็กอาจร่วมกับการหย่อนคล้อยลง ขนาดหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน ก็ควรพิจารณาการเสริมหน้าอกได้

การวางแผนสำหรับการผ่าตัดเสริมอก

1. ควรหาความรู้ให้ดี ปรึกษาแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการเสริมหน้าอก เพื่อความมั่นใจ และความสวยของทรวงอกหลังจากเสริมแล้ว

2. ควรพบแพทย์เพื่อให้แพทย์ตรวจร่างกาย และสภาพเต้านม ตลอดจนการพูดคุยซักถาม และบอกความต้องการของคุณต่อแพทย์ เพื่อแพทย์จะได้บอกรายละเอียดของการทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกต่อท่าน

ข้อดีของการเสริมหน้าอก

1. ดูเป็นธรรมชาติ ยับย่นได้ยาก สามารถขยับเคลื่อนไหวได้

2. เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน กับขนาดอกที่เพิ่มขึ้น

3. สามารถเลือกขนาดและความเหมาะสมของทรวงอกได้

4. เห็นผลเร็ว ใกล้เคียงความต้องการของคนไข้

5. ใกล้เคียงธรรมชาติ ทั้งรูปทรงและสัมผัส

ผู้ที่มาเสริมหน้าอกเพราะมีปัญหาดังนี้

เสริมหน้าอก 1

1. มีขนาดเต้านมเล็ก ต้องการเพิ่มขนาดหน้าอก

2. ขนาดเต้านมสองข้างไม่เท่ากัน

3. มีการหย่อนคล้อยของเต้านม เนื่องจากมีบุตรหรืออายุที่มากขึ้น

4. บางคนอาจเกิดจากการผิดรูปหรือการผ่าตัดก้อนเนื้ออกบริเวณหน้าอก เป็นต้น

ชนิดของวัสดุที่ใช้เสริมหน้าอก

ชิลิโคนเหลว (Sillicone Gel implants) คือเจลอิลาสตินที่บรรจุอยู่ในถุงซิลิโคน หรือสารที่มีคุณสมบัติยืดหยุ่นแบบยางธรรมชาติ มีลักษณะของเปลือกอาจเป็นผิวเรียบ หรือผิวขรุขระ

ลักษณะรูปทรงที่ได้ หลังเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน

• ทรงกลม รูปทรงซิลิโคนจะเป็นทรงกลม หลังจากเสริมแล้ว นมก็จะดูตั้งเต้าขึ้น

• หยดน้ำ รูปทรงหยดน้ำจะคล้อยใต้ฐานนม ดูแล้วเหมือนของจริงเป็นธรรมชาติมากกว่าทรงกลม

รูปทรงของถุงเต้านมแบ่งออกได้ 2 แบบ คือ

1. ทรงกลม Round Shape เป็นถุงเต้านมเทียม รูปทรงกลม นูนตรงกลาง มีลักษณะคล้ายรูปทรงซาลาเปา มีหลายแบบ

เสริมหน้าอก แบบทรงเตี้ย Low Profile

เสริมหน้าอกทรงปานกลาง Modevate Profile

เสริมหน้าอกทรงสูง High Profile

2. ทรงหยดน้ำ Teardrop Shape มีรูปทรงเป็นหยดน้ำ โดยมีเนื้อส่วนบนเรียบเล็กกว่า ส่วนล่างที่เนื้อเต็มและขนาดใหญ่กว่า มีลักษณะใกล้เคียงรูปทรงของหน้าอกธรรมชาติมากที่สุดตรงมีความหย่อนคล้อยพอประมาณ เป็นรูปทรงซึ่งเหมาะสำหรับคนที่มีหน้าอกน้อย หรือแทบไม่มีเลย

การผ่าตัดเสริมหน้าอก

– นอนยกศรีษะสูงประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อลดอาการบวม (หลีกเลี่ยงการนอนตะแคงในช่วงแรก)

– 2 สัปดาห์แรก ควรใส่ผ้ารัดหน้าอกไว้ตลอดเพื่อป้องกันการเคลื่อนที่ของซิลิโคน และเพื่อให้ได้รูปทรงเต้านมที่สวยงาม

– 1 สัปดาห์หลังผ่าตัด มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อตัดไหม จากนั้นควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอเพื่อการรักษาอย่างต่อเนื่อง

– แผลเย็บหลังผ่าตัด เมื่อแผลหายสนิท (ประมาณ 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด) สามารถใช้ครีมป้องกันแผลเป็นนูนทานวดได้ หรือใช้แผ่นซิลิโคนแปะแผลเพื่อป้องกันแผลนูน โดยใช้อย่างต่อเนื่อง 2 เดือนขึ้นไปจึงจะเห็นผล

– หลีกเลี่ยงการยกของหนักและขับรถ 2-4 สัปดาห์

– หลังผ่าตัด ควรเลือกรับประทานอาหารเน้นผักผลไม้ที่ย่อยง่าย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย เพราะอาหารบางประเภทจะทำให้มีความดันเลือดสูง อาจทำให้เลือดออกจากแผลหรือเกิดการบวมของแผลขึ้นได้ เป็นผลให้แผลหายช้า ดังนั้น ควรงดอาหารจำพวก ของหมักดอง ของทอด ไข่แดง ไขมันจากสัตว์ อาหารทะเล เนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก อาหารรสจัด แอลกอฮอล์ บุหรี่ และยาบางชนิด ควรงดอาหารเหล่านี้อย่างน้อย 14 วัน หลังผ่าตัดหรือจนกว่าแผลจะหาย

– รับประทานยาตามแพทย์สั่งจนหมด ถ้าเกิดการแพ้ยา เช่น คัน มีผื่นแดง คลื่นไส้-อาเจียน แน่นหน้าอก หากเกิดอาการเหล่านี้ให้หยุดรับประทานยาทันที และรีบมาพบแพทย์