ศัลยกรรมหูกาง

การผ่าตัดหูกาง มีเทคนิคการผ่าตัดหลายอย่างประกอบเข้าด้วยกัน โดยการเลือกวิธีการผ่าตัดว่าวิธีใดเหมาะสม จะต้องวิเคราะห์ที่ความผิดปกติแต่ละส่วนและแก้ไขความผิดปกตินั้นๆ ดังนั้นก่อนผ่าตัดจะต้องปรึกษาแพทย์ และบอกความต้องการให้ชัดเจนว่าต้องการแก้ไขในส่วนใดบ้าง การปรึกษาก่อนการผ่าตัด จะช่วยปรับความ ต้องการของคนไข้ ว่าเหมาะสมกับการผ่าตัดหรือไม่ และการวิเคราะห์ความผิดปกติ ของใบหูแต่ละข้าง จะช่วยให้ สามารถเลือกเทคนิคที่ถูกต้อง เหมาะสมกับความผิดปกตินั้นๆ เทคนิคที่ใช้ในการผ่าตัด หูซ้ายและหูขวา อาจไม่เหมือนกัน เนื่องจากหูข้างหนึ่ง อาจมีความแตกต่างจากหูอีกข้างหนึ่ง

รูปร่างใบหูที่ดูสวยงาม ควรมีลักษณะ ดังนี้ ?

1. แนวโค้งของส่วนประกอบต่าง ๆ เป็นธรรมชาติ ไม่เด่นชัดเกินไป

2. เวลามองหน้าตรงใบหูไม่ควรมองเห็นเด่นชัดมากกว่าส่วนอื่นของใบหน้า

3. ขอบนอก ของใบหู (Helix) ควรมองเห็นชัดจากภาวะหน้าตรง การแก้ไขใบหูจนขอบกลางของใบหู (Ant helix) มีความโค้งชัดเจนมากกว่าขอบนอก (helix) จะทำให้ใบหูดูไม่เป็นธรรมชาติ

การเลือกเทคนิคการผ่าตัดแก้ไขหูกาง ?

จำเป็นต้องเลือกและ วางแผนผ่าตัด ขณะที่ทำการปรึกษาก่อนการผ่าตัด โดยต้องวิเคราะห์ ปัญหา ความผิดปกติของใบหูนั้นๆ แล้วแพทย์ต้องตัดสินใจว่าจะใช้วิธีการใดบ้าง โดยทั่วไปสาเหตุหลักของหูกาง คือ

1. ขอบกลางของใบหู (Ant he lix) มีลักษณะ แบนและมุมกางเกินไป

2. คองกา (concha) ของใบหูมีขนาดใหญ่หรือลึกเกินไป

สาเหตุของหูที่กางอาจเกิดจากสาเหตุที่ 1 หรือ 2 หรือทั้ง 2 สาเหตุ การตัดสินใจว่าจะใช้การผ่าตัดใด ก็พิจารณา ปัญหาว่าเกิดจากขอบกลางของใบหูหรือ คองกา โดยทั่วไปมักเกิดจากสาเหตุแรก การผ่าตัดก็มักจะเลือกแก้ไข ในส่วนของขอบกลาง (Ant helix) แต่ในบางรายที่มีสาเหตุจาก คองกา มีขนาดใหญ่ ถ้าไม่ทำการแก้ไขในส่วนนี้ อาจทำให้รูปร่างไม่สวยงาม เนื่องจากใบหูจะแบนราบลง แต่ส่วน คองกา จะนูนขึ้นมาทำให้ดูผิดธรรมชาติ

นอกจากสาเหตุทั้งสองแล้วในคนไข้ แต่ละรายต้องพิจารณาด้วยใบหูที่กางมีส่วนที่ขอบบนของใบหูและติ่งหู มีมุมกางออกด้วยหรือไม่ เพราะถ้ามีปัญหานี้ร่วมด้วย ควรต้องแก้ไขโดยต้องเย็บส่วนขอบบนและติ่งหู เพื่อให้รูปร่าง สวยงาม ถ้าไม่แก้ไข ปัญหานี้หลังจากแก้ไขหูกางแล้วจะมีปัญหาของหูรูปโทรศัพท์ได้ (Telephone ear)

การผ่าตัด หูกาง ?

1. การ ผ่าตัดอาจทำโดยการดมยาสลบในเด็กหรือฉีดยาชาในผู้ใหญ่ ยาชาที่ใช้ฉีดในการผ่าตัดเป็นยาชาที่ผสม อดินาริน ซึ่งช่วยในการห้ามเลือดระหว่างผ่าตัด

2. วาดรูปผิวหนังด้านหลังหูที่จะตัดและวาดรูปกระดูกอ่อนของใบหูที่จะทำการแก้ไข

3. แก้ไข ทรงของกระดูกอ่อน โดยการเย็บเปลี่ยนมุมของกระดูกอ่อนหรือใช้การผ่าตัดบนผิวกระดูกอ่อน เพื่อเปลี่ยนมุม ของกระดูกอ่อน โดยอาจเปิดแผลทางด้านหน้าหรือด้านหลังของใบหู

4. ในคนที่กระดูกอ่อนคองกามีขนาดใหญ่และมีมุมลึก อาจต้องแก้ไขมุมของกระดูกอ่อนนี้ โดยการเย็บหรือตัดกระดูกอ่อน

5. ใน บางรายอาจต้องผ่าแบบแก้ไขมุมของกระดูกอ่อนด้านบน (Hatch Suture) ในผู้ที่มีการผ่าตัดข้อนี้เพิ่ม ไม่สามารถใส่แว่นตาได้จนกว่าแผลจะหาย โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์

6. ในบางรายอาจต้องแก้ไขติ่งหูให้ราบลง โดยผ่าตัดผิวหนัง บริเวณหลังติ่งหูหรือโดยการเย็บติ่งหูเข้ากับกระดูกอ่อนหรือหนังศีรษะ

7. เย็บปิดแผล โดยใช้ไหมเล็กลง

8. การปิดแผลทำได้ 2 วิธี

9. ปิดแผลแบบปกติ โดยใช้สำลีหรือผ้าก๊อซหนา ๆ ปิดรอบแผล ถ้าไม่ต้องไปทำงานในวันพรุ่งนี้

10. ปิดแผลเล็กๆ บริเวณหลังหู ปิดเทปที่ด้านหน้าของใบหู และปิดทับด้วยผ้าคาดผม กรณีที่ต้องไปทำงาน ในวันรุ่งขึ้น วิธีนี้อาจมีปัญหาเรื่องเลือดออกได้ อาจต้องมาพบแพทย์ เพื่อตรวจแผลผ่าตัดเร็วกว่าวิธี 2

การดูแลหลังการผ่าตัด ?

การผ่าตัด โดยการฉีดยาชาสามารถกลับบ้านได้เลย ถ้าทำโดยวางยาสลบต้องพักที่โรงพยาบาล 1 คืน

1. ปิดแผลไว้ประมาณ 2 วัน ในวันที่ 2 หรือ 3 แพทย์จะนัดทำแผลที่คลินิกควรระมัดระวังไม่ให้ผ้าก๊อซหรือสำลีปิดแผลหลุด

2. หลังจากเปิดแผลแล้วให้ทายาแก้อักเสบที่แผลทั้ง 2 ข้าง วันละ 2 ครั้ง จนถึงวันตัดไหม

3. ถ้ามีปัญหาเลือดออกมาก หรือบวมมากให้มาพบแพทย์ก่อนเวลานัดได้

4. ใช้ผ้าคาดศีรษะให้ใบหูแนบกับศีรษะเวลานอน เป็นเวลา 2 – 3 อาทิตย์ หลังจากเปิดผ้าปิดแผล

5. แพทย์จะนัดตรวจอีกครั้ง ประมาณ 1 อาทิตย์

6. ตัดไหม ประมาณ 2 อาทิตย์

7. งดดื่มสุราและบุหรี่ ประมาณ 1 อาทิตย์

8. โดยทั่วไปหลังผ่าตัดตกแต่งใบหูจะไม่ปวดมากยกเว้น ถ้ามีการกดทับบริเวณใบหู

9. หลังจากเปิดแผลในวันที่ 2 หรือ 3 สามารถสระผมได้

10. ในช่วง 2 อาทิตย์แรก ห้ามใช้ไดรเป่าผมที่ให้ลมร้อน เพราะอาจทำให้เกิดแผลจากความร้อนที่ใบหูได้

11. งดทำกิจกรรมบางประเภท เช่น มวยปล้ำ ประมาณ 4 อาทิตย์

12. สามารถไปทำงานได้ในวันรุ่งขึ้น

13. งดเล่นกีฬาหนัก ประมาณ 1 อาทิตย์

14. เด็กเล็กให้หยุด ประมาณ 7 วัน หลังผ่าตัดและงดให้เล่นกีฬาและงดเล่นยิมนาสติก 2 อาทิตย์

15. โดยทั่วไป อาการบวมและเขียวจะมีไม่มาก

16. โดยทั่วไป อาการบวมที่ใบหูจะดีขึ้นเมื่อ 2 – 4 อาทิตย์

17. ใช้ น้ำเกลือเช็ดแผลและทายาฆ่าเชื้อที่บริเวณด้านหลังของใบหูวันละครั้ง และปิดทับด้วยผ้าก๊อซ และผ้าคาดศีรษะ ประมาณ 1 อาทิตย์ หลังจาก 1 อาทิตย์ ไม่ต้องใช้ผ้าก๊อสปิดแผลใช้ผ้าคาดศรีษะคาดทับใบหูได้เลย

18. ใน 2 อาทิตย์แรก ไม่ควรนอนตะแคง ควรนอนหงาย ไม่นอนทับใบหู

ปัญหาที่อาจเกิดหลังผ่าตัด ?

* โดย ทั่วไป ความคาดหวังหลังการผ่าตัดควรทำให้ใบหูมีลักษณะสวยงาม แต่เป็นธรรมชาติ การผ่าตัดที่มีใบหูพับงอมากเกินไป จนกระทั่งติดด้านข้างของศีรษะมากเกินไป ถือเป็นการแก้ไขที่มากเกินธรรมชาติและผลที่ออกมาก็ดูไม่สวยงาม

* การงอใบหูมากเกินไป ทำให้ขอบกลาง (anti helix) ของใบหูนูนเกิน ในกรณีนี้อาจเกิดจากการที่คองกามีขนาดใหญ่และลึก แต่ไม่ได้ผ่าตัดบริเวณคองกาทำให้ต้องงอบริเวณขอบกลางมากจนเกินปกติ

* ใบหูโทรศัพท์ (Telephone ear) เกิดจากการไม่สมดุลในการงอกระดูกอ่อนของใบหู โดยที่พับงอ บางส่วนกลางใบหูแต่ส่วนบนและส่วนล่างไม่ได้พับงอ