ว่าด้วยเรื่องการรักษาสิว?

Mar 22 ,2017 Writen By: TANAPORNCLINIC .

 

ว่าด้วยเรื่องการรักษาสิว?

เคยสงสัยไหมว่า? รักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ หาหมอหรือคลินิกรักษาสิวเฉพาะทาง และซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวใช้เอง แบบไหนดีที่สุด แล้วแต่ละแบบมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร? รักษาแบบไหนถึงจะทำให้สิวหายขาด รวดเร็วและได้ผลดีมากที่สุด?

แน่นอนว่าต้องเป็นคำถามที่หลายๆ คนต่างสงสัย ในแต่ละบุคคลก็เป็นสิวมากน้อย ไม่เท่ากัน หลากหลายสาเหตุมากมายแตกต่างกันออกไป ตั้งแต่การเป็นสิวฮอร์โมน หรือเกิดจากการแพ้เครื่องสำอาง หรือการใช้ครีมที่มีผลกระทบต่อการเกิดสิว รวมไปถึงกิจกรรมในชีวิตประจำวัน สำหรับในครั้งนี้ เราจะมาลองเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสียกัน ว่าในแต่ละแบบนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไร? เริ่มจาก

 

รักษาสิว

 

การรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

         คือการนำสมุนไพร ผัก ผลไม้ต่างๆ มาประยุกต์ใช้ในการรักษา จากการผสมผสานกันหลายๆ ตัว หรือสมุนไพรหลายๆ ชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อทำให้มีผลออกฤทธิ์ในการรักษาสิว ผัก ผลไม้ และสมุนไพร ที่นิยมนำมาใช้ในการรักษาสิว ได้แก่ มะนาว  มะเขือเทศ  ว่านหางจระเข้  แตงกวา  กระเทียม  ขมิ้นชัน เป็นต้น เนื่องจากเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมาตั้งแต่สมัยโบราณ และเนื่องด้วยผลการวิจัยจากหลายๆ แห่ง ได้มีผลสรุปรับรองสำหรับในผักผลไม้ และสมุนไพรบางชนิดออกมาว่า ไม่เป็นอันตราย และมีผลออกฤทธิ์ในการรักษาสิวจริง หลายๆ บริษัท และโรงงานผลิตครีม ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง ต่างหันมาให้ความสนใจในการผลิต เพื่อให้มีส่วนผสมของผักผลไม้ สมุนไพร เข้ามาเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์เวชสำอาง เพราะปัจจุบัน คนเริ่มหันมาให้ความสนใจ และใส่ใจในเรื่องสุขภาพ และส่วนใหญ่เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุดิบของธรรมชาติเป็นส่วนประกอบ

ข้อดีของการรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

         1. ไม่อันตราย ปลอดภัย ไร้สารพิษ  ผลข้างเคียงน้อยกว่าในแบบอื่นๆ อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในผู้ที่แพ้ผักผลไม้ หรือสมุนไพรชนิดนั้นๆ

         2. ประหยัด เนื่องจากเป็นสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การหาซื้อจึงไม่ใช่เรื่องยาก ผัก ผลไม้ และสมุนไพรต่างๆ ส่วนใหญ่ราคาไม่แพง ถ้านำแต่ละอย่างมาผสมรวมกันในปริมาณที่มาก สามารถเก็บใส่ตู้เย็น และนำมาใช้ทา หรือพอกใหม่ได้อีกหลายวันอีกด้วย หรือจะนำมาผสมกันทีละน้อยก็ได้

         3. การรับประทานผักผลไม้ หรือใช้สมุนไพรธรรมชาตินำมาทา หรือพอกหน้าอย่างสม่ำเสมอ จะมีผลช่วยทำให้เป็นสิวยากขึ้น เนื่องจากผักผลไม้เหล่านี้จะไปดีท็อกซ์ของเสียออกจากร่างกาย ช่วยปรับความสมดุลของร่างกาย ร่วมกับการดื่มน้ำในปริมาณที่พอเหมาะต่อวัน จะช่วยทำให้หน้าใสยิ่งขึ้น

ข้อเสียของการรักษาสิวด้วยวิธีธรรมชาติ

         1. เห็นผลช้า ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาแบบค่อยเป็นค่อยไป

         2. ไม่เหมาะกับผู้ที่เป็นสิวจำนวนมาก สมุนไพรบางชนิด ทำให้เกิดอาการแพ้ อักเสบขึ้นมาได้

ความน่าจะเป็นที่จะใช้รักษาสิวแล้วหาย ค่อนข้างน้อยกว่าในแบบอื่นๆ

         3. ค่อนข้างยุ่งยากในการจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆ มาผสมรวมกัน ทำให้เสียเวลา เนื่องจากเราต้องผสมเอง ไม่ได้เป็นแพ็คเกจจิ้งสำเร็จรูปเหมือนครีมหรือผลิตภัณฑ์เวชสำอางทั่วไป และไม่ค่อยสะดวกต่อการพกพา ทำให้เกิดการขี้เกียจทำเป็นบางครั้ง ส่งผลให้การรักษาไม่ต่อเนื่องจึงทำให้สิวไม่หายขาดสักที

         4. สมุนไพรบางตัว อาจจะต้องใช้เวลาในการพอกนานหลายนาที จึงทำให้เสียเวลาในการทำในแต่ละครั้งนานมาก ถ้าเทียบกับครีม หรือผลิตภัณฑ์เวชสำอางบางชนิด สามารถใช้เวลาในการพอกหน้าทิ้งไว้เพียง 5 นาที เท่านั้น

 

รักษาสิว

 

หาหมอหรือคลินิกรักษาสิวเฉพาะทาง

            เป็นวิธีที่คนเป็นสิวส่วนใหญ่ จะนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ เนื่องจากหายจริง ไม่ต้องรอนาน เห็นผลชัดเจน แต่ทั้งนี้จะดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการศึกษาหาข้อมูลของหมอ และคลินิกนั้นๆ ซึ่งในปัจจุบันมีคลินิกให้เลือกเป็นจำนวนมาก การศึกษาหาข้อมูลของแต่ละคลินิกนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นรีวิวจากผู้ใช้จริง หรือประวัติการรักษาของหมอ ล้วนแต่เป็นสิ่งสำคัญมากในการตัดสินใจเลือก  

ข้อดีของการพบแพทย์หรือคลินิกเฉพาะทาง

            1. มีโอกาสหายสูง และหายเร็ว  เนื่องจากเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมทั้งความรู้ความสามารถของแพทย์ จะทราบสาเหตุ และมีวิธีรักษาได้ถูกจุด รวมไปถึงนวัตกรรมการรักษาของแต่ละคลินิกที่ทันสมัย จึงทำให้วิธีนี้ เป็นวิธีที่สิวจะหายง่ายมากกว่าวิธีอื่นๆ แน่นอน

            2. สะดวกสบาย ได้ผ่อนคลาย เนื่องจากการรักษากับคลินิกในปัจจุบัน จะมีการนวดผ่อนคลาย การทำสปาในบางคลินิก ช่วยให้เรารู้สึกไม่กดดัน ไม่กลัวหมอ หรือกลัวเจ็บ

            3. ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ไม่ต้องกลัวแพ้ เนื่องจากหมอจะตรวจสภาพผิวหน้าของเราว่าจะเหมาะกับการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวไหน หรือไม่เหมาะกับตัวไหน ทำให้เราลดความเสี่ยงที่จะต้องเจอผลิตภัณฑ์ที่ทำให้เราแพ้ง่าย

 

ข้อเสียของการพบแพทย์หรือคลินิกเฉพาะทาง

            1. ค่าใช้จ่ายสูง  เป็นธรรมดาที่หากเราต้องการ การรักษาที่หวังผลสูงย่อมแลกมาด้วยซึ่งราคาและค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นด้วยเช่นกัน แต่โอกาสที่เราจะหายขาดจากสิว พร้อมทั้งได้รับความสะดวกสบายเพิ่มเติมในขั้นตอนการรักษาก็มีมากขึ้นด้วยเช่นกัน

            2. มีความเสี่ยงที่จะเจอคลินิก หรือหมอที่รักษาไม่ดี  เนื่องจากปัจจุบันมีคลินิกความงามเปิดให้บริการเป็นจำนวนมาก ทางที่ดีควรศึกษาประวัติของแพทย์ รีวิว ชื่อเสียง มีคนพูดถึงในสื่อต่างๆมากแค่ไหน ในด้านดี หรือด้านลบมากกว่ากัน รวมไปถึงลักษณะและขั้นตอนการรักษาเป็นอย่างไรบ้าง  ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ควรศึกษามาให้ละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจเลือก

 

รักษาสิว

 

ซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวใช้เอง

               การหาผลิตภัณฑ์รักษาสิวมาใช้รักษาสิวด้วยตัวเอง ก็เป็นอีกหนึ่งวิธียอดฮิตสำหรับคนเป็นสิว เนื่องจากหาอ่านง่ายจาก Google และ Social Media อ่านจากรีวิวต่างๆ ว่าใช้แล้วหายจริง หาซื้อง่าย สะดวก มีจำหน่ายตามร้านขายยา รวมไปถึงราคาไม่แพงมาก พอที่จะเอื้อมถึง

ข้อดีของการซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวใช้เอง

               1. มีตัวเลือกค่อนข้างมาก   ผลิตภัณฑ์เวชสำอางรักษาสิวตามท้องตลาดนั้นมีให้เลือกค่อนข้างมาก แต่ละแบรนด์ก็จะยกสรรพคุณ และส่วนประกอบเด่นๆ ขึ้นมามากมาย แต่ก่อนที่เราจะเลือกซื้อ เราควรตรวจสอบในส่วนของส่วนผสมหลักๆ หรือเลือกซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวดังต่อไปนี้

                     - Salicylic acid  หรือ BHA และ AHA   กรดนี้จะช่วยละลายขุยทำให้สิ่งสกปรกหลุดออก แต่จะไม่ช่วยในการลดการสร้างไขมัน  จะช่วยให้รูขุมขนเล็กลง ลดการอุดตันและการเกิดสิว ใช้ดีกับการรักษาสิวอุดตัน สิวเสี้ยน รวมไปถึงช่วยในเรื่องริ้วรอยเหี่ยวย่น

                     - Benzoyl peroxide เป็นชนิดครีมหรือเจล 2.5% 5% 10%  มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นต้นเหตุของการเกิดสิว อีกทั้งยังเข้าไปลดปริมาณกรดไขมันบริเวณรูขุมขนให้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดการอุดตันบริเวณรูขุมขน จึงสามารถช่วยลดการเกิดสิวชนิดต่างๆได้เป็นอย่างดี

                     - Retinoids  เป็นยาทารักษาสิวที่มีความรุนแรงปานกลางจนถึงชนิดรุนแรงที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาชนิดอื่น

                     - Azelaic acid ยานี้จะลดประชากรของเชื้อ Propionibacterium และละลายขุยทำให้ได้ผลดีสำหรับสิวหัวดำ และสิวธรรมดา ยานี้ทำเป็นรูปครีม อาจจะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน

                     - Erythromycin solution 1-4% ออกฤทธิ์โดยการต้านเชื้อแบคทีเรียและลดการอักเสบ เมื่อใช้ร่วมกับ Bebzoyl peroxide จะทำให้ได้ผลดี

                     - Clindamycin  ชื่อยาที่เป็นส่วนผสมหลักของยารักษาสิวหรือยาแต้มสิวที่พวกเราใช้ๆกันอยู่ มันจะเข้าไปช่วยจัดการต้นเหตุการเกิดสิวของเรา นั่นก็คือเข้าไปกำจัดเชื้อแบคทีเรีย  P. Acne  จะช่วยไม่ให้สิวของเราเกิดการติดเชื้อ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวอักเสบ สิวหนอง

               2. ให้ผลการรักษาที่ดีในระดับหนึ่ง  เนื่องจากผลิตภัณฑ์รักษาสิวส่วนใหญ่จะเป็นการรวมตัวกันของสารเคมีที่ออกฤทธิ์ช่วยรักษาสิวได้อย่างรวดเร็ว สามารถเห็นผลการรักษาสิวที่ดีในระดับหนึ่ง จึงไม่น่าแปลกใจที่คนเป็นสิวจะนิยมซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิว เหล่านี้มาใช้รักษาสิวด้วยตัวเอง แต่ทว่าใช้ไปนานๆ อาจเกิดอาการดื้อยาได้ จนอาจทำให้เห็นผลช้า

               3. ราคาไม่แพงมาก  มีหลากหลายราคาให้เลือกซื้อตามความพึงพอใจ

               4. สะดวก รวดเร็ว หาซื้อง่าย  มีขายตามร้านขายยาใกล้บ้าน

ข้อเสียของการซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวใช้เอง

               1. ผลการรักษาไม่แน่นอนที่จะหาย ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เราเลือกใช้ รวมไปถึงความเข้ากันกับสภาพผิวหน้าของเรา บางทีการที่เราไปได้ข้อมูลว่าคนอื่นใช้แล้วรักษาหาย ก็เป็นไปได้ที่เราจะรักษาไม่หาย ปัจจัยเนื่องด้วยสภาพผิวหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้บางครั้งผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เราซื้อมาอาจใช้ไม่ได้ผลกับเราก็เป็นได้

               2. เห็นผลช้า บางรายใช้เป็นเดือนก็ยังไม่เห็นผลก็มี แค่รู้สึกถึงได้ว่ามันดีขึ้น แต่ไม่หายขาด ทำให้เราเลือกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวตัวนี้ต่อไปเรื่อยๆ

               3. เสี่ยงต่อการแพ้สารเคมีสูง  นี่เป็นข้อเสียที่ร้ายแรงที่สุดของการซื้อผลิตภัณฑ์รักษาสิวมาใช้เอง เนื่องจากเราไม่รู้แน่ชัดว่า ผลิตภัณฑ์รักษาสิวที่เราซื้อมามันจะถูกกับหน้าของเราหรือไม่ ใช้แล้วหน้าจะแพ้ จะพังหรือเปล่า เราไม่สามารถรู้ได้เลยจนกว่าเราจะได้ทดลองใช้จริง ก็อย่างที่บอกว่าการที่เราไปได้ข้อมูลว่าคนอื่นใช้แล้วดี รักษาหาย ก็เป็นไปได้ที่เราจะรักษาไม่หาย ดังนั้นใครคิดจะซื้อครีม หรือผลิตภัณฑ์รักษาสิวมาใช้เอง โดยเฉพาะครีมที่ขายใน Internet ที่บอกว่าช่วยสิวหาย หน้าขาวใสเร็ว แล้วไม่มี อย.เนี่ยต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะเราอาจไปเจอครีมที่ผสมสารสเตีรอยด์ หรือสารปรอท โลหะหนักต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผิวหน้าในระยายาวได้ ฉะนั้นต้องระวังจุดเอาไว้ให้มากๆ

สรุป

      ไม่มีวิธีไหนที่บ่งบอกได้แน่ชัดว่ารักษาดีกว่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิวหน้า และปัญหาผิวหน้าที่แต่ละคนพบเจอ หรือบางครั้งอาจจะต้องใช้หลายๆ วิธีรวมกัน เพื่อช่วยทำให้การรักษาสิวได้ผลที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการลดภาวะความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดสิว อย่างเช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มน้ำให้พอเหมาะต่อวัน การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ขับถ่ายให้เป็นเวลา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และที่สำคัญ พยายามไม่ให้ตัวเองเครียด ยิ่งเครียด สิวยิ่งบุกหน้า ยิ่งไม่สวยนะจ๊ะ

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ธนพรคลินิก ทุกสาขา 

   :  02-704-7970-2 , 086-666-3962

WEB      :  www.tanapornclinic.com

LINE ID  :  @tanapornclinic

FOLLOW    :